คุณทำการ"เล่น"หายไปจากชีวิตหรือเปล่า?
   มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของ ดร. แมเรียน ไดมอนด์ นักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย เบิร์คลีย์ นำหนูทดลองแยกไว้สองกรง กรงที่หนึ่งเป็นกรงที่ว่างเปล่า มีแต่อาหารกับน้ำเทียบกับอีกกรงซึ่งมีของเล่นให้หนูวิ่งเล่นหรือตะปบเล่นได้พบว่าหนูในกรงที่สองเมื่อเวลาผ่านไปมีเส้นใยสมองหนาแน่นกว่าและมีสุขภาพจิตดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดและที่สำคัญหนูที่ได้เล่นเตมที่นั้นสมองส่วนซีรีบรัล คอร์เท็กซ์(เกี่ยวข้องกับการคิดและการตัดสินใจ) เติบโตได้ดีกว่ามาก ทำให้หนูคิดและตัดสินใจได้ดีและผลพลอยได้พบวาทำให้หนูมีอายุยืนกว่าอีกด้วย
    การเล่นสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกประเภท การเล่นคือการเรียนรู้การใช้ร่างกายการเข้าสังคม และการใช้ชีวิต การเล่นสำหรับลูกมนุษย์ไม่ต่างจากลูกหนูลูกสิงโต ลูกหมาป่า และลูกสัตว์เล็กๆอื่นๆ ที่เมื่อได้เล่น สมองก็จะตื่นตัวสร้างเส้นใสมองที่มีคุณค่าต่อการใช้ชีวิตตอนโตออกมามากมาย
  
" การเล่นไม่ใช่เรื่องเล่นๆและการเล่นไม่ใช่เรื่องของเด็กๆ "
นักวิจัยทางสมองยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าการเล่นสามารถสร้างสมองได้จริงทั้งในหนูทดลอง ในคน และในสัตว์ประเภทต่างๆ หากเราหยุดเล่นเมื่อไรสมองของเราก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการถดถอยทันที นักวิจัยพูดถึงขนาดว่า การเล่นทำให้เราเจริญเติบโตและการหยุดเล่นคือการเริ่มของความตายกันทีเดียว
ผู้ใหญ่ก็ต้องการการเล่นเด็กก็ต้องการการเล่น เราจะเล่นไม่เหมือนกันหรือจะเล่นด้วยกันก็ได้ คนที่เป็นพ่อแม่โชคดีอยู่อย่างค่ะ เราได้มีวัยเด็กสองครั้ง ครังแรกคือวัยเด็กของเราเองกับครั้งที่สองคือวัยเด็กที่เราใช้ร่วมกัยลูกเป็นโอกาสแก้ตัวอะไรที่เราไม่เคยทำเราก็มาทำพร้อมกับลูกของเราได้
เรายังควรตามหา"เวลาแห่งการเล่น" กลับมาในชีวิตของเราเองด้วยอาจเป็นการขี่ม้า ถักนิตติ้ง เล่นต่อเครื่องบิน  เล่นหมากรุก ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ อะไรก็ได้ที่เรายินดีทำด้วยความชอบเต็มหัวใจ
 
ขอบคุณเนื้อหาดีๆจากหนังสือ " เล่นให้เป็นอัจฉริยะ" ของคุณ หนูดี วนิษา เรซ ค่ะ